ปวดสะโพกร้าวลงขา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย พร้อม 3 ท่ายืดบรรเทาปวดด้วยตัวเอง
อัพเดทล่าสุด: 21 เม.ย. 2026
36 ผู้เข้าชม

ปวดสะโพกร้าวลงขา สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย พร้อม 3 ท่ายืดบรรเทาปวดด้วยตัวเอง
เคยไหม? นั่งทำงานนานๆ แล้วรู้สึกปวดลึกๆ ที่ก้น ยิ่งนั่งยิ่งปวด บางครั้งมีอาการเสียวแปลบหรือชาลามลงไปถึงต้นขาด้านหลัง อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่การปวดเมื่อยธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ “กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท” (Piriformis Syndrome) ซึ่งหากปล่อยไว้เรื้อรัง อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด
เช็กอาการด่วน! คุณกำลังเจอกับภาวะนี้อยู่หรือไม่?

-
ปวดก้นลึกๆ : รู้สึกปวดตื้อหรือเสียวแปลบจุดใดจุดหนึ่งที่บริเวณแก้มก้น
-
ร้าวลงขา : อาการปวดมักจะลามจากก้นลงไปที่ต้นขาด้านหลัง หรือบางรายอาจลามไปถึงน่อง
-
ยิ่งนั่งยิ่งแย่ : อาการมักรุนแรงขึ้นเมื่อต้องนั่งนานๆ หรือนั่งบนเก้าอี้แข็งๆ แต่จะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ลุกเดิน
พฤติกรรมเสี่ยงที่ควรเลี่ยง “ก่อนเส้นประสาทจะถูกกดทับมากขึ้น”
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการใช้งานกล้ามเนื้อสะโพกที่หนักเกินไปจนเกิดความตึงเครียดและอักเสบ พฤติกรรมที่ควรระวัง ได้แก่ :
-
การนั่งทำงานท่าเดิมนานเกิน 1-2 ชั่วโมง โดยไม่ลุกขยับ
-
การนั่งไขว่ห้าง ทำให้กล้ามเนื้อสะโพกถูกยืดและกดทับไม่เท่ากัน
-
การพกกระเป๋าสตางค์ใบหนาไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง ซึ่งจะกดทับกล้ามเนื้อสะโพกโดยตรงขณะนั่ง
3 ท่ายืดแก้ปวดสะโพกร้าวลงขา (ทำได้เองที่บ้าน)
หากเริ่มมีอาการ ลองใช้ 3 ท่ายืดนี้เพื่อช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อสะโพกและลดการกดทับเส้นประสาทครับ
ท่าที่ 1: ท่าเลขสี่ (Figure 4 Stretch) นอนหงาย ไขว่ขาข้างที่ปวดทับอีกข้างเป็นรูปเลขสี่ ประสานมือใต้ข้อพับขาข้างที่ไม่ปวดแล้วดึงเข้าหาตัวเบาๆ ให้รู้สึกตึงที่ก้น

ท่าที่ 2: ท่ากอดเข่าชิดอก (Knee to Chest) นอนหงาย ใช้มือทั้งสองข้างโอบเข่าข้างที่ปวด ค่อยๆ ดันเข่าเข้าหาหน้าอกจนรู้สึกตึงบริเวณก้นและสะโพก

ท่าที่ 3: ท่าบิดตัว (Spinal Twist) นอนหงาย งอเข่าและข้อสะโพกข้างที่ปวด จากนั้นใช้มือช่วยดึงเข่าข้ามไปด้านตรงข้าม พยายามให้ไหล่ทั้งสองข้างยังแนบสนิทกับพื้น
คำแนะนำ: ทุกท่าควรค้างไว้ข้างละ 20 วินาที ทำซ้ำ 5 รอบ ต่อเซต (แนะนำให้ทำวันละ 2 เซต)
การรักษาแบบ Integrative: ผสาน 3 ศาสตร์เพื่อทางออกที่ยั่งยืน
ที่ Refreshy Clinic เราเชื่อในการรักษาแบบ Integrative (การรักษาแบบบูรณาการ) โดยดึงจุดเด่นของแต่ละศาสตร์มาร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เพื่อให้คนไข้หายจากอาการปวดได้รวดเร็วและไม่กลับมาเป็นซ้ำ
-
กายภาพบำบัด (Physiotherapy): ใช้เครื่องมือทันสมัยเพื่อลดการอักเสบในระยะเรื้อรัง และช่วยปรับสมดุลโครงสร้างร่างกายให้ถูกต้อง
-
นวดรักษาโดยแพทย์แผนไทย (Thai Traditional Medicine): เน้นการนวดรักษาเพื่อคลายปมกล้ามเนื้อ (Trigger Point) ที่ตึงตัวสูง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ไปกดทับเส้นประสาท
-
ฝังเข็มโดยแพทย์แผนจีน (Chinese Medicine): ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ลดอาการชา และช่วยให้เส้นประสาทฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น

